สยามแสตมป์บอร์ด
SIAMSTAMP.COM - THE GREATEST PHILATELIST COMMUNITY OF THAILAND.
ข่าว: แจ่มมาก ฝากส่งสิ่งของถึงกันทางไปรษณีย์ โปรดใช้แสตมป์ติดเป็นค่าฝากส่ง ถ้าพวกเราไม่ใช้แล้วใครจะใช้
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน 18 ธันวาคม 2014, 18:15:53


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: 1   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เวปรวบรวมงานดนตรีของโมซาร์ท (WOLFGANG AMADEUS MOZART)  (อ่าน 14945 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
HIACON
VIP Member
King of Webboard
*****

4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,111



« เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2008, 12:02:10 »

เวปรวบรวมงานดนตรีทั้งหมดของโมซาร์ท ที่นี่ครับ

http://213.188.106.66/mozart00.htm

โมซาร์ทเป็นคีตกวีเอกของโลกในช่วงยุคคลาสลิก เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดสามารถเล่นดนตรีและประพันธ์เพลงได้ตั้งแต่เด็ก ดนตรีของโมซาร์ทจะไพเราะ ฟังสบาย มีโครงสร้างเพลงซับซ้อนแต่เป็นระบบระเบียบทำให้การแพทย์สมัยใหม่แนะนำให้เด็กฟังเพื่อช่วยพัฒนาเซลส์สมอง หรือคนทั่วไปฟังเพื่อคลายเครียดครับ

งานดนตรีที่จะคุ้นหูสำหรับผู้ฟัง มีดังนี้ครับ

Symphony No 40, No 41, No 25
Piano Concerto No 21, No 20, No 26, No 17
Violin Concerto No 5
Clarinet Concerto
Horn Concerto No 1, No 4
Eine Klien Natchmusik
Le Nozze Di Figaro (The Marriage of Figaro) Overture
Piano Sonata in A KV 331


 แจ่มมาก
 
บันทึกการเข้า

Once you have eliminated the impossible, what remains, however improbable, must be the truth.
กฤษฎา43
VIP Member
King of Webboard
*****

4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6,310



« ตอบ #1 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2008, 16:51:41 »

อูย....ชั้นสูงเลย....หูไม่ถึงครับ... อิอิ อิอิ
บันทึกการเข้า
น้องออน
Global Moderator
King of Webboard
*****

34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7,229



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 12 พฤษภาคม 2008, 20:49:49 »


     
  ชีวิตและงานของโมสาร์ท นี่น่าสนใจมากๆ นะ ขอรับ . . . .  ซาบซึ้ง


   โหมดวิชาการ  เอาจากความจำของน้องออน ละกัน  (ขี้เกียจไปค้นน่ะ  อ่ะจึ๋ย

  โมสาร์ท นี่เกิดมาเป็นเด็กอัจฉริยะนะขอรับ . . . .
  แต่งเพลงได้ก่อนจะเขียนหนังสือเป็นอีก (เคาะเปียโน ให้พ่อจดโน๊ต) ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ
  ไปฟังคอนเสิร์ตมาเที่ยงนึง สามารถกลับมาบ้านแล้วลอกโน๊ตทั้งเพลงออกมาได้ . . . .
  7 ขวบ ออกแสดงเดี่ยว . . . . ไม่ถึง 10 ขวบ ก้อดังไปทั้งยุโรป แบบไม่มีใครไม่รู้จัก
  ได้เข้าเฝ้าพระนางมาเรียเทราซา แห่งออสเตรีย ซึ่งตอนนั้นเป็นมหาอำนาจในยุโรป
  มีเกร็ดเล่าว่า โมสาร์ท ในชุดอัศวิน ที่เข้าเฝ้า ด้วยความที่กระบี่ยาว แต่โมสาร์ท ยังเด็กตัวเล็ก
  เลยเดินสะดุดล้ม แล้วพระธิดาของพระนางมาเรียเทเรซา วิ่งเข้ามาประคอง . . . .
  โมสาร์ท ก้อขอบพระทัย แล้วพูดตามประสาเด็กว่า เมื่อโตขึ้นจะมาขอแต่งงานด้วย . . . .
  เจ้าหญิงองค์นั้น ก้อคือ พระนางมาเรียอังตัวเนต ราชินิฝรั่งเศส ที่โด่งดัง . . . .
  ชีวิตรุ่งโรจน์สุดขีด . . . . ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 15 ปี . . . .

  แต่พอโตเป็นหนุ่ม ชีวิตกลับตกอับ . . . ได้เจ้านาย ที่ไม่ชอบขี้หน้า ได้เมียที่สุรุ่ยสุร่าย
  ฐานะเลยแย่ลงๆ จนต้องรับจ้างเขียนเพลง . . . .
  อดอยากยากจนจนป่วยตายไปแบบอนาถา เมื่ออายุ ไม่เถง 40 ปี
  ศพถูกนำไปฝังแบบอนาถาไม่มีการทำป้ายชื่อ
  จนถึงตอนนี้ หลุมศพโมสาร์ท อยู่ตรงไหนแน่ ยังไม่มีใครบอกได้เลย . . .

  แต่ช่วงชีวิตสั้นของโมสาร์ท เนี่ย มีผลงานเพลงมหาศาลหลายร้อยชิ้น . . . .
  ซิมโฟนี 41 เบอร์ เปียโน คอนแชร์โต 20 กว่าเบอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย . . . .
  ผลงานซิมโฟนี ที่ดีที่สุด 3 ชิ้นสุดท้าย (No.39 40 41)  เขียนในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของชีวิต
  เทียบกับนักแต่งเพลงดังๆ ในยุคใกล้เคียงกัน อย่างบีโธเฟ่น ที่เสียชีวิตตอนประมาณ 60 ปี
  ยังมีผลงานซิมโฟนี เพียง 9 เบอร์ เปียโนคอนแชร์โต แค่ 5 เบอร์เท่านั้น . . . .

  เอกลักษณ์งานของโมสาร์ท เนี่ยฟังซัก 2-3 ชุด ก้อจะพอจับทางได้แล้วขอรับ . . . .
  มีแต่ดนตรีที่มีชีวิตชีวา สวยงาม จนไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตของคนแต่งจะย่ำแย่ได้ขนาดนั้น
  งานชิ้นที่ดีที่สุด เขียนตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ขอรับ . . . . ลองไปหาซิมโฟนี เบอร์ 40 มาฟัง แล้วจะเข้าใจ

  เล่ากันว่า เวลาเขียนเพลง โมสาร์ท จะเขียนเร็วมาก
  จนบางครั้งเจ้าตัวบอกว่าเขียนไม่ทันตามความคิดที่พรั่งพรูออกมา . . . .
  เป็นหนึ่งไม่มีสองจริงๆ ขอรับ . . . .

  เคยมีภาพยนตร์เรื่อง Amadeus(อมาเดอุส) ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิต ของโมสาร์ท
  ใครมีโอกาส ก้อลองหามาดูกันนะ ขอรับ . . . .

   ซาบซึ้ง

 
บันทึกการเข้า

ช่วยกันใช้แสตมป์ติดจดหมาย เพื่อให้แสตมป์ได้ทำหน้าที่ของมัน
ช่วยสร้างแสตมป์ใช้แล้ว ให้มีอยู่ต่อไป เพื่อสร้างนักสะสมรุ่นใหม่ๆ
ต่อต้านการเก็งกำไรปั่นราคาแสตมป์ทุกรูปแบบ
HIACON
VIP Member
King of Webboard
*****

4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,111



« ตอบ #3 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2008, 15:20:08 »

อูย....ชั้นสูงเลย....หูไม่ถึงครับ... อิอิ อิอิ


อยากจะบอกว่าเพลงพวกนี้เราได้ยินได้ฟังอยู่ทุกวันโดยเราไม่ได้นึกถึงครับ

อย่างเพลง Alphabet Song  (เพลง เอ บี ซี ) หรือ Twinkle Twinkle Little Star หรือ Baa Baa Black Sheep ที่โรงเรียนสอนเราร้องตั้งแต่เด็ก ก็นำทำนองของ Variations on Ah vous dirai-je Maman ของ Mozart มาใส่เนื้อร้อง

เพลงงานแต่งงาน อย่าง Bridal March ของ Richard Wagner หรือ Wedding March ของ Felix Mendelsohhn หรือเพลง Lover Concerto ก็เอาทำนองของ Minuet from a Little Notebook for Anna Magdalena ของ J.S. Bach

เพลงประกอบภาพยนตร์ อย่าง Clarinet Concerto ของ Mozart (Out of Africa), Also Sprach Zarathustra ของ Richard Strauss (2001: A Space Odyssey), Orpheus in the underworld ของ Offenbach (Star Dust) Bolero ของ Ravel (10) ฯลฯ ส่วนพวกเพลงแนวอวกาศ Star Wars ของ John Williams ก็พัฒนามาจาก The Planet ของ Gustav Holst ครับ

พวก Music Box, Monophonic & Polyphonic Ring Tone ก็จะเจอเพลง Fur Elise ของ Beethoven, Canon ของ Pachebel , William Tell Overture ของ Rossini , Fantasy Impromptu ของ Chopin, Lullaby ของ Brahms ฯลฯ

ในท้องฟ้าจำลอง เพลงพระอาทิตย์ตก ก็ใช้เพลง In the Mystic Land of Egypt ส่วนเพลงพระอาทิตย์ขึ้นก็ In a Monastery Garden ของ Albert Katelbey

เพลงไทยอมตะอย่าง ม่านไทรย้อย ก็ Violin Concerto Movement I ของ Tchakovsky เพลง คิดถึง (เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี) ก็ Zigeunerweisen ของ Sarasate

แม้กระทั่งเพลง Rap เกาหลีที่ดังมากๆ ในเมืองไทยอย่าง Never Say Good Bye ซึ่งเป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง My Girl ก็ใช้ทำนอง Symphony No. 40 ของ Mozart ไปทั้งดุ้นครับ  ก่งก๊ง

คือแค่อยากจะบอกว่าเพลงพวกนี้ไม่ได้ฟังยากหรอกครับ  อ่ะจึ๋ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 พฤษภาคม 2008, 16:24:29 โดย HIACON » บันทึกการเข้า

Once you have eliminated the impossible, what remains, however improbable, must be the truth.
ลิงแดง
wtbin1
VIP Member
King of Webboard
*****

15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,287


อุปมาดั่งวานรนั่งอยู่บนตอไม้


« ตอบ #4 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2008, 15:33:33 »

เพลงประกอบโฆษณาของเบียร์มิดไวด์ด้า ก็ใช้เพลงซิมโฟนี่หมายเลข 9 ของบีโธเฟน ท่อน Ode to Joy
บันทึกการเข้า

สงบสยบความเคลื่อนไหว
HIACON
VIP Member
King of Webboard
*****

4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,111



« ตอบ #5 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2008, 15:50:23 »

หนังเรื่อง Amadeus เป็นหนังยอดเยี่ยมรางวัล Oscar ปี 1984 ผู้กำกับยอดเยี่ยม มิลอส ฟอร์แมน แล้วก็ดารานำชายยอดเยี่ยม เอฟ เมอเรย์ อัฟราฮาม จากบท แอนโตนิโอ ซาเลียรี่ ส่วน ทอม ฮัลซ์ ที่เล่นเป็น โมซาร์ท ได้เข้าชิงเหมือนกัน แต่แพ้

หนังดัดแปลงจากละครบรอดเวย์ ซึ่งนำเนื้อหามาจากหนังสือที่แต่งโดยชาวรัสเซีย เรื่อง โมซาร์ท แอนด์ ซาเลียรี่ มาใช้ จึงเป็นจินตนาการของคนเขียนซะเป็นส่วนใหญ่ มีข้อเท็จจริงอยู่แค่บางส่วนครับ

ซาเลียรี่ตัวจริงเป็นนักดนตรีชาวอิตาลี เป็นอาจารย์ของ ลุดวิค ฟาน เบโธเฟ่น มีเรื่องบันทึกไว้ว่า ซาเลียรี่ พูดกับเบโธเฟนว่า ออกไปแสดงให้โลกเห็นว่าเจ้าเหนือกว่าเด็กจากเวียนนา (โมซาร์ท) ซึ่งน่าจะแสดงให้เห็นว่า ซาเลียรี่ไม่ค่อยชอบขี้หน้าโมซาร์ท ซักเท่าไหร่

ในหนังจะผูกเป็นเรื่องความริษยาอาฆาตที่ ซาเลียรี่ กลั่นแกล้ง โมซาร์ท ทุกวิถีทาง จนวาระสุดท้ายที่โมซาร์ทตายไปแล้ว ซาเลียรี่ยังอยู่แต่ไม่มีใครจำเพลงของเค้าได้ ทุกคนจำได้แต่เพลงของโมซาร์ท ทำให้ซาเลียรี่พยายามฆ่าตัวตายแต่มีคนช่วยไว้ทัน หลังจากสารภาพบาปกับนักบวชแล้วก็เข้าโรงพยาบาลบ้าไป




ส่วนประเด็นเรื่องเปรียบเทียบระหว่าง โมซาร์ท กับ เบโธเฟ่น  ต้องถือว่าสองคนนี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดเหนือกว่าคนอื่นๆ สิ่งที่แตกต่างกัน คือ โมซาร์ท ได้มาจากพรสวรรค์ ส่วน เบโธเฟ่น ได้จาก พรแสวงซะมาก โมซาร์ทเป็นคนแต่งเพลงได้รวดเร็วมาก ตัวโน๊ตทุกตัวร้อยเรียงในสมองเค้าไว้เรียบร้อยแล้ว เวลาเขียนเพลงออกมาจึงไม่มีการแก้ไขแม้แต่ตัวโน๊ตเดียว ในขณะที่งานของเบโธเฟน เกิดจากการกลั่นกรอง การคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าจะออกมาเป็นเพลงนึง โน๊ตเพลงของเบโธเฟ่น เต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า โยงไปมา แก้โน่นแก้นี่ เต็มไปหมด ดังนั้น โมซาร์ทซึ่งเสียชีวิตตอนอายุเพียง 35 ปี จึงแต่งเพลงไว้ได้ 626 เพลง ส่วนเบโธเฟ่นซึ่งเสียชีวิตตอนอายุ 57 ปี แต่งไว้ได้ทั้งหมด 125 เพลง

 โอ้ว..จอร์ช
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 พฤษภาคม 2008, 16:19:56 โดย HIACON » บันทึกการเข้า

Once you have eliminated the impossible, what remains, however improbable, must be the truth.
pk11
VIP Member
King of Webboard
*****

16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,500



เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2008, 15:59:25 »

คอคลาสสิกทั้งเฮียคอน และเฮียออนเลย  ถูกใจ
บันทึกการเข้า

Chaos is order of the universe
ลิงแดง
wtbin1
VIP Member
King of Webboard
*****

15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,287


อุปมาดั่งวานรนั่งอยู่บนตอไม้


« ตอบ #7 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2008, 16:33:51 »

คอคลาสสิกทั้งเฮียคอน และเฮียออนเลย  ถูกใจ
นึกว่านิยมแต่คอซอง(Song)  อิอิ
บันทึกการเข้า

สงบสยบความเคลื่อนไหว
egg
VIP Member
Full Member
*****

0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 163



« ตอบ #8 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2008, 18:00:08 »

เอาของเก่า เบโธเฟ่น มาช่วยประกอบเรื่องครับ



ไม่ว่ากันนะคราบ ย่องเบา
บันทึกการเข้า

egg_e_egg_egg ))))))))))))))))))))))))))
แสตมป์ในโลกนี้ย่อมหมุนเวียนไปตามกรรม
ป๊อก_เด้ง10
VIP Member
King of Webboard
*****

21
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,803



« ตอบ #9 เมื่อ: 13 พฤษภาคม 2008, 18:42:39 »

เสียดายคนที่มีพรสวรรค์แบบนี้ เสียชีวิตเร็วไปหน่อย ไม่อย่างงั้นคงแต่งเพลงได้อีกนับไม่ถ้วน  แจ่มมาก
บันทึกการเข้า

สรุปยอดกองทุนโครงการ "พับซองด้วยใจ..ส่งให้ด้วยรัก"

คงเหลือ ณ วันที่ 22 ต.ค. 2557 จำนวน 2,055 บาท

ท่านใดต้องการสมทบทุนแจ้งเข้ามาได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
egg
VIP Member
Full Member
*****

0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 163



« ตอบ #10 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2008, 12:02:21 »

บีโธเฟ่น หูหนวก แล้วแต่งเพลงได้ไง ร้องเพลง งง
                                                                               ย่องเบา
บันทึกการเข้า

egg_e_egg_egg ))))))))))))))))))))))))))
แสตมป์ในโลกนี้ย่อมหมุนเวียนไปตามกรรม
ลิงแดง
wtbin1
VIP Member
King of Webboard
*****

15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,287


อุปมาดั่งวานรนั่งอยู่บนตอไม้


« ตอบ #11 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2008, 12:21:12 »

บีโธเฟ่น หูหนวก แล้วแต่งเพลงได้ไง ร้องเพลง งง
                                                                               ย่องเบา
หูหนวกในช่วงท้ายของชีวิตครับ ไม่ได้หูหนวกแต่กำเนิด
บันทึกการเข้า

สงบสยบความเคลื่อนไหว
น้องออน
Global Moderator
King of Webboard
*****

34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7,229



เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2008, 12:50:39 »

บีโธเฟ่น หูหนวก แล้วแต่งเพลงได้ไง ร้องเพลง งง
                                                                               ย่องเบา


  เป็นคำถามที่ใครๆ ก้อถาม  เวลาฟังเรื่องของบีโธเฟ่น . . . . .   อิอิ

  บีโธเฟ่น นี่ถือว่าเป็นอัจฉริยะอีกคนในโลกของดนตรีคลาสสิค . . . .
  เป็นคนที่เริ่มเปลี่ยนแนวดนตรีแบบยุคคลาสสิค คือดนตรีตามแบบฉันลักษณ์
  เน้นรูปแบบในกรอบ (คล้ายร้อยกรอง) มาเป็นแนวดนตรีที่สื่ออารมณ์แบบยุคโรแมนติค
  ผลงานในช่วงแรกเป็นแนวคลาสสิคดั้งเดิม . . . .
  แต่ด้วยความที่เป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่าย เจ้าอารมณ์  บวกกับการที่เริ่มมีปัญหาการได้ยินเสื่อมลง
  พูดง่ายๆ คือหูเริ่มตึง . . . ทำให้ผลงานค่อยๆ เพิ่มการสื่ออารมณ์และแหวกแนว(ในสมัยนั้น) มากขึ้น

  บีโธเฟ่น เจ้าอารมณ์แค่ไหน  ให้ดูตัวอย่างนี้ . . . .
  เขาเขียนซิมโฟนี หมายเลข 3 "Eroica" ซึ่งแปลว่า วีรบุรุษ อุทิศให้กับนโปเลียน
  ซึ่งเป็นฮีโร่ในดวงใจของบีโธเฟ่น  โดยเขียนคำอุทิศไว้อย่างดี ที่หน้าแรกของโน๊ตเพลง
  พอปีถัดมา นโปเลียน ยกกองทัพบุกออสเตรีย บ้านเกิดของบีโธเฟ่น . . . .
  บีโธเฟ่นโกรธแค้นมาก ขนาดขีดฆ่า คำอุทิศออก  และแก้เพลงในท่อนที่สาม
  โดยเอาทำนองเพลงแห่ศพ (Funeral) มาใส่ไว้ แล้วเขียนคำอุทิศใหม่ ว่า แด่วีรบุรุษที่ตายแล้ว
  ซึ่งนับว่าท้าทายและเสี่ยงมากๆ นะขอรับ . . . ต้นฉบับยังเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ . . . .
  หรือ อย่างเปียโน คอนแชร์โต หมายเลข 5 "The Emperro"  นักเปียโน ที่จะมาเล่นเดี่ยวเปียโน
  ในรอบปฐมทัศน์ ออกความเห็นขณะกำลังซ้อมว่า บางช่วงเล่นยากมากขอให้แก้ไข
  บีโธเฟ่น ก้อพูดใส่หน้าสวนกลับไปเลยว่า "ข้าฯไม่ได้แต่งให้เอ็งเล่น"(ประมาณนี้) . . . .

  หูของบีโธเฟ่น จะค่อยๆ เสื่อมการได้ยินลงพร้อมๆ กับแนวดนตรีที่แสดงออกทางอารมณ์มากขึ้น
  อย่างซิมโฟนี เบอร์5 ท่อนแรกจะมีโน๊ต สามสั้น-หนึ่งยาว  ที่มีชื่อเสียง
  (ท่อนแรกของเพลงนี้ ถูกเอามาใช้ในโฆษณาของ ลิโพวิตันดี)  ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า
  เป็นเสียงโชคชะตามาเคาะประตูเรียก . . . .
  ผลงานที่ถือว่าสุดยอดที่สุด คือซิมโฟนี หมายเลข 9 "Ode to Joy" ที่แต่งในช่วงที่หูเกือบหนวกสนิท
  เล่ากันว่าเวลาแต่งเพลงเขาจะเอาไม้เท้าวางพาดระหว่างเปียโน กับกกหูเพื่อช่วยการได้ยิน
  มีหนังเกี่ยวกับเรื่องการแต่งซิมโฟนี หมายเลข 9 เรื่อง Copy Beethoven (ยังพอหาได้ขอรับ)
  การแสดงครั้งแรกของซิมโฟนี ชุดนี้ มโหฬารมาก เพราะใช้นักดนตรีถึงราว 70 คน และนักร้อง ประสานเสียง
  อีกจำนวนมาก มาร้องประสานเสียงบทกวี Ode to Joy ของชิลเล่อร์ ประชันกับวงออเคสตร้า
  (ปกติแล้วซิมโฟนี ในสมัยนั้นใช้นักดนตรีอย่างมากประมาณ 3-40 คน)  โดยบีโธเฟ่น เป็นผู้อำนวยเพลงเอง
  เมื่อการแสดงจบลง คนดูลุกขึ้นปรบมือเสียงดังสะเทือนเลือนลั่นโรงละคร
  แต่บีโธเฟ่น ซึ่งยืนหันหลังให้คนดูอยู่ไม่ได้ยิน  จนนักดนตรีแถวหน้าต้องลุกขึ้นมาจับตัวให้หันหาคนดู
  เขาถึงรู้ว่าคนดู กำลังปรบมือให้อยู่ . . . . คนดูถึงรู้ว่า ตัวบีโธเฟ่น เองไม่มีโอกาสได้ฟังผลงานชิ้นที่ดีที่สุดของตัวเอง
  เรื่องนี้เลยทำให้เรื่องของบีโธเฟ่น เป็นอมตะ . . . .

  อีกเพลงที่ทุกคนน่าจะรู้จักและเคยฟังแน่ๆ คือ Fur Elise ซึ่งเป็นเพลงบรรเลงเปียโนหวานๆ
  ลองไปฟังได้ที่นี่ ขอรับ . . . . http://www.ijigg.com/songs/V2AG440EP0

 
บันทึกการเข้า

ช่วยกันใช้แสตมป์ติดจดหมาย เพื่อให้แสตมป์ได้ทำหน้าที่ของมัน
ช่วยสร้างแสตมป์ใช้แล้ว ให้มีอยู่ต่อไป เพื่อสร้างนักสะสมรุ่นใหม่ๆ
ต่อต้านการเก็งกำไรปั่นราคาแสตมป์ทุกรูปแบบ
ซี2บี
VIP Member
King of Webboard
*****

31
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8,449


แสตมป์ธงฟ้า


« ตอบ #13 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2008, 13:05:38 »

บีโธเฟ่น หูหนวก แล้วแต่งเพลงได้ไง ร้องเพลง งง
                                                                               ย่องเบา


  เป็นคำถามที่ใครๆ ก้อถาม  เวลาฟังเรื่องของบีโธเฟ่น . . . . .   อิอิ

  บีโธเฟ่น นี่ถือว่าเป็นอัจฉริยะอีกคนในโลกของดนตรีคลาสสิค . . . .
  เป็นคนที่เริ่มเปลี่ยนแนวดนตรีแบบยุคคลาสสิค คือดนตรีตามแบบฉันลักษณ์
  เน้นรูปแบบในกรอบ (คล้ายร้อยกรอง) มาเป็นแนวดนตรีที่สื่ออารมณ์แบบยุคโรแมนติค
  ผลงานในช่วงแรกเป็นแนวคลาสสิคดั้งเดิม . . . .
  แต่ด้วยความที่เป็นคนอารมณ์ร้อน โมโหง่าย เจ้าอารมณ์  บวกกับการที่เริ่มมีปัญหาการได้ยินเสื่อมลง
  พูดง่ายๆ คือหูเริ่มตึง . . . ทำให้ผลงานค่อยๆ เพิ่มการสื่ออารมณ์และแหวกแนว(ในสมัยนั้น) มากขึ้น

  บีโธเฟ่น เจ้าอารมณ์แค่ไหน  ให้ดูตัวอย่างนี้ . . . .
  เขาเขียนซิมโฟนี หมายเลข 3 "Eroica" ซึ่งแปลว่า วีรบุรุษ อุทิศให้กับนโปเลียน
  ซึ่งเป็นฮีโร่ในดวงใจของบีโธเฟ่น  โดยเขียนคำอุทิศไว้อย่างดี ที่หน้าแรกของโน๊ตเพลง
  พอปีถัดมา นโปเลียน ยกกองทัพบุกออสเตรีย บ้านเกิดของบีโธเฟ่น . . . .
  บีโธเฟ่นโกรธแค้นมาก ขนาดขีดฆ่า คำอุทิศออก  และแก้เพลงในท่อนที่สาม
  โดยเอาทำนองเพลงแห่ศพ (Funeral) มาใส่ไว้ แล้วเขียนคำอุทิศใหม่ ว่า แด่วีรบุรุษที่ตายแล้ว
  ซึ่งนับว่าท้าทายและเสี่ยงมากๆ นะขอรับ . . . ต้นฉบับยังเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ . . . .
  หรือ อย่างเปียโน คอนแชร์โต หมายเลข 5 "The Emperro"  นักเปียโน ที่จะมาเล่นเดี่ยวเปียโน
  ในรอบปฐมทัศน์ ออกความเห็นขณะกำลังซ้อมว่า บางช่วงเล่นยากมากขอให้แก้ไข
  บีโธเฟ่น ก้อพูดใส่หน้าสวนกลับไปเลยว่า "ข้าฯไม่ได้แต่งให้เอ็งเล่น"(ประมาณนี้) . . . .

  หูของบีโธเฟ่น จะค่อยๆ เสื่อมการได้ยินลงพร้อมๆ กับแนวดนตรีที่แสดงออกทางอารมณ์มากขึ้น
  อย่างซิมโฟนี เบอร์5 ท่อนแรกจะมีโน๊ต สามสั้น-หนึ่งยาว  ที่มีชื่อเสียง
  (ท่อนแรกของเพลงนี้ ถูกเอามาใช้ในโฆษณาของ ลิโพวิตันดี)  ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า
  เป็นเสียงโชคชะตามาเคาะประตูเรียก . . . .
  ผลงานที่ถือว่าสุดยอดที่สุด คือซิมโฟนี หมายเลข 9 "Ode to Joy" ที่แต่งในช่วงที่หูเกือบหนวกสนิท
  เล่ากันว่าเวลาแต่งเพลงเขาจะเอาไม้เท้าวางพาดระหว่างเปียโน กับกกหูเพื่อช่วยการได้ยิน
  มีหนังเกี่ยวกับเรื่องการแต่งซิมโฟนี หมายเลข 9 เรื่อง Copy Beethoven (ยังพอหาได้ขอรับ)
  การแสดงครั้งแรกของซิมโฟนี ชุดนี้ มโหฬารมาก เพราะใช้นักดนตรีถึงราว 70 คน และนักร้อง ประสานเสียง
  อีกจำนวนมาก มาร้องประสานเสียงบทกวี Ode to Joy ของชิลเล่อร์ ประชันกับวงออเคสตร้า
  (ปกติแล้วซิมโฟนี ในสมัยนั้นใช้นักดนตรีอย่างมากประมาณ 3-40 คน)  โดยบีโธเฟ่น เป็นผู้อำนวยเพลงเอง
  เมื่อการแสดงจบลง คนดูลุกขึ้นปรบมือเสียงดังสะเทือนเลือนลั่นโรงละคร
  แต่บีโธเฟ่น ซึ่งยืนหันหลังให้คนดูอยู่ไม่ได้ยิน  จนนักดนตรีแถวหน้าต้องลุกขึ้นมาจับตัวให้หันหาคนดู
  เขาถึงรู้ว่าคนดู กำลังปรบมือให้อยู่ . . . . คนดูถึงรู้ว่า ตัวบีโธเฟ่น เองไม่มีโอกาสได้ฟังผลงานชิ้นที่ดีที่สุดของตัวเอง
  เรื่องนี้เลยทำให้เรื่องของบีโธเฟ่น เป็นอมตะ . . . .

  อีกเพลงที่ทุกคนน่าจะรู้จักและเคยฟังแน่ๆ คือ Fur Elise ซึ่งเป็นเพลงบรรเลงเปียโนหวานๆ
  ลองไปฟังได้ที่นี่ ขอรับ . . . . http://www.ijigg.com/songs/V2AG440EP0

 


    เล่าได้น่าติดตามมาก ๆ   แจ่มมาก ถูกใจ
บันทึกการเข้า

ติดต่อ PM หรือ ไลน์ ID Line : chu1719
HIACON
VIP Member
King of Webboard
*****

4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,111



« ตอบ #14 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2008, 13:35:32 »

ขอแก้ไขของเฮียออนนิดนึงครับ  สาธุ สาธุ

ท่อน Funeral เป็นท่อนที่ 2 ของ Symphony No. 3 ครับ

Beethoven เกิดที่กรุง Bonn ประเทศเยอรมัน ครับ แต่ไปมีชื่อเสียงในกรุง Vienna ประเทศออสเตรีย ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลวงของดนตรีคลาสลิกสมัยนั้นครับ



เพิ่มเติม

นักดนตรีชาวเยอรมันที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงที่เรียกว่า 3 B คือ

Bach (Johann Sebastian Bach) เป็นนักดนตรียุคบาโร๊ค
Beethoven (Ludwig Van Beethoven) เป็นนักดนตรียุคปลายคลาสลิกถึงยุคต้นโรแมนติค
Brahms (Johannes Brahms) เป็นนักดนตรียุคโรแมนติค

เพลงที่ Beethoven แต่งตอนที่ไปรักษาอาการหูหนวกในชนบทของออสเตรีย เป็นเพลง Symphony No. 6 (Pastoral) ซึ่งเป็น Symphony ที่แหวกแนวเพลงนึง เพราะแต่งเป็นเพลงแบบดนตรีบรรยายภาพ (Programme Music) โดยนำเสนอภาพความสดชื่นสวยงานของชนบท เป็นเพลงที่ไพเราะงดงามมาก จนไม่น่าเชื่อว่าแต่งโดยคนที่ใกล้จะหูหนวกสนิท

เพลงที่คุ้นหูคนทั่วไปของ Beethoven คือโดนเอาทำเป็นเพลงสารพัดรูปแบบ มีดังนี้ครับ

Symphony No. 5 (Fate) ท่อนที่ 1 เคยเป็นเพลงดิสโก้ที่ดังระเบิดด้วยนะครับ อิอิ
Symphony No. 9 ท่อนที่ 4 (Ode to Joy) สารพัดโฆษณาครับ
Fur Elise เจ้าแห่งเพลง Music Box ทั้งเพลงรอสาย ริงโทน โมบายกล่อมเด็ก
Piano Sonata No. 14 ท่อนที่ 1 (Moonlight) เพลงประกอบภาพยนตร์ โฆษณา

 แจ่มมาก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 พฤษภาคม 2008, 13:47:03 โดย HIACON » บันทึกการเข้า

Once you have eliminated the impossible, what remains, however improbable, must be the truth.
egg
VIP Member
Full Member
*****

0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 163



« ตอบ #15 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2008, 18:52:11 »

สงสัยต้องหา หมวกกันน๊อก ให้เฮียทั้งสองใส่สะแล้ว
ถามไปแค่บรรทัดเดียว สมองก็ไหลออกมาแล้ว อ่ะจึ๋ย

นี่ขนาด บีโธเฟ่นถูกพิษสารตะกั่วทำลายสมองกับประสาทการฟัง
ยังแต่งเพลงจากการมองได้         จินตนาการณ์เหนือสัมผัสจริงๆ อิอิ
บันทึกการเข้า

egg_e_egg_egg ))))))))))))))))))))))))))
แสตมป์ในโลกนี้ย่อมหมุนเวียนไปตามกรรม
น้องออน
Global Moderator
King of Webboard
*****

34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7,229



เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2008, 20:56:14 »

สงสัยต้องหา หมวกกันน๊อก ให้เฮียทั้งสองใส่สะแล้ว
ถามไปแค่บรรทัดเดียว สมองก็ไหลออกมาแล้ว อ่ะจึ๋ย

นี่ขนาด บีโธเฟ่นถูกพิษสารตะกั่วทำลายสมองกับประสาทการฟัง
ยังแต่งเพลงจากการมองได้         จินตนาการณ์เหนือสัมผัสจริงๆ อิอิ


  แหม . . . เฮียไข่ ไม่ใช่อย่างที่เฮียไข่ เข้าใจ . . . . .  ซาบซึ้ง



  บีโธเฟ่น ไม่ได้หูหนวกมาแต่กำเนิด  แต่ประสาทหู ค่อยๆ เสื่อมลง จนไม่ได้ยิน
  (นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย)
  แต่ความสามารถในการแต่งเพลง หรือ การเขียนโน๊ต ไม่ได้หายไปนี่ ขอรับ . . . .
  การแต่งเพลง ก้อคล้ายๆ กับการเขียนหนังสือ เป็นการถ่ายทอดออกมาจากจินตนาการ
  อย่างโมสาร์ท เคยบอกว่า เขาเขียนโน๊ตออกมาจากเสียงดนตรีที่เขาได้ยินในหัว(คือพระเจ้า ประทาน)
  นั่นเป็นสิ่งที่น้องออน เห็นว่าสำคัญกว่าความเป็นอัจฉริยะอีก คือ
  สามารถถ่ายทอดสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม ออกมาได้ โดยไม่ปล่อยให้ความพิการ
  หรือ ความทุกข์ยาก ในการดำรงชีวิต มาเป็นอุปสรรค นะ ขอรับ . . . . .


  เสียดาย ที่ส่วนใหญ่ เราจะมองเห็นและสัมผัส ได้แต่ตัวผลงานที่เสร็จออกมา
  แต่เส้นทางในการสรรค์สร้าง กับ ความทุกข์ยากลำบากในการสร้างมันขึ้นมา  เราไม่ค่อยได้รับรู้
  เลยทำให้เราอาจจะประเมินคุณค่า หรือ มองไม่เห็นว่า มันทรงคุณค่าอย่างไร ไงล่ะขอรับ

   ซาบซึ้ง

 
บันทึกการเข้า

ช่วยกันใช้แสตมป์ติดจดหมาย เพื่อให้แสตมป์ได้ทำหน้าที่ของมัน
ช่วยสร้างแสตมป์ใช้แล้ว ให้มีอยู่ต่อไป เพื่อสร้างนักสะสมรุ่นใหม่ๆ
ต่อต้านการเก็งกำไรปั่นราคาแสตมป์ทุกรูปแบบ
egg
VIP Member
Full Member
*****

0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 163



« ตอบ #17 เมื่อ: 15 พฤษภาคม 2008, 22:24:55 »

สงสัยต้องหา หมวกกันน๊อก ให้เฮียทั้งสองใส่สะแล้ว
ถามไปแค่บรรทัดเดียว สมองก็ไหลออกมาแล้ว อ่ะจึ๋ย

นี่ขนาด บีโธเฟ่นถูกพิษสารตะกั่วทำลายสมองกับประสาทการฟัง
ยังแต่งเพลงจากการมองได้         จินตนาการณ์เหนือสัมผัสจริงๆ อิอิ


  แหม . . . เฮียไข่ ไม่ใช่อย่างที่เฮียไข่ เข้าใจ . . . . .  ซาบซึ้ง



  บีโธเฟ่น ไม่ได้หูหนวกมาแต่กำเนิด  แต่ประสาทหู ค่อยๆ เสื่อมลง จนไม่ได้ยิน
  (นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย)
  แต่ความสามารถในการแต่งเพลง หรือ การเขียนโน๊ต ไม่ได้หายไปนี่ ขอรับ . . . .
  การแต่งเพลง ก้อคล้ายๆ กับการเขียนหนังสือ เป็นการถ่ายทอดออกมาจากจินตนาการ
  อย่างโมสาร์ท เคยบอกว่า เขาเขียนโน๊ตออกมาจากเสียงดนตรีที่เขาได้ยินในหัว(คือพระเจ้า ประทาน)
  นั่นเป็นสิ่งที่น้องออน เห็นว่าสำคัญกว่าความเป็นอัจฉริยะอีก คือ
  สามารถถ่ายทอดสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม ออกมาได้ โดยไม่ปล่อยให้ความพิการ
  หรือ ความทุกข์ยาก ในการดำรงชีวิต มาเป็นอุปสรรค นะ ขอรับ . . . . .


  เสียดาย ที่ส่วนใหญ่ เราจะมองเห็นและสัมผัส ได้แต่ตัวผลงานที่เสร็จออกมา
  แต่เส้นทางในการสรรค์สร้าง กับ ความทุกข์ยากลำบากในการสร้างมันขึ้นมา  เราไม่ค่อยได้รับรู้
  เลยทำให้เราอาจจะประเมินคุณค่า หรือ มองไม่เห็นว่า มันทรงคุณค่าอย่างไร ไงล่ะขอรับ

   ซาบซึ้ง

 

ขอบคุณครับที่ทำให้เข้าใจและมองลึกเขาไปในตัวบีโธเฟ่นมากกว่าความเป็นอัจฉริยะ
เรื่องหมวกกันน๊อก ผมล้อเล่นนะคราบ สำนึกผิดอิอิ
บันทึกการเข้า

egg_e_egg_egg ))))))))))))))))))))))))))
แสตมป์ในโลกนี้ย่อมหมุนเวียนไปตามกรรม
หน้า: 1   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF

Copyright © 2003-2012 SiamStamp.com All Rights Reserved.
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!